Facebook Twitter Instagram Youtube RSS
ฮาร์เล่ย์ เดวิดสัน ไดน่า ไวด์ ไกลด์ 2010 และซอฟท์เทล แฟท บอย ตัวล่าสุด
By HDP PR
DATE: 2011.05.26
VIEW: 12204
POST: 0
แบ่งปัน   Like 6

วันที่ 31 กรกฎาคม 2552
เรื่องโดย Kevin Duke
ภาพโดย Nelson และ Riles



แม้ว่าจะอยู่ในช่วงที่ตลาดซบเซา แต่พี่เบิ้มอย่างฮาร์เล่ย์ก็ไม่หวั่น สวนกระแสด้วยการส่งทั้งรุ่นใหม่และรุ่นปรับปรุงโฉมออกสู่ตลาดถึง 4 รุ่น

จากการแถลงข่าวในเดนเวอร์ รัฐโคโลราโด ยักษ์ใหญ่ได้เผยโฉมการกลับมาของ “ไวด์ ไกลด์” (Wild Glide) แห่งตระกูลไดน่า และซอฟท์เทล แฟท บอย ที่ผ่านเสริมหล่อขนานใหญ่และกลับมาในชื่อ “เดอะ แฟท บอย โล” (The Fat Boy Lo)

รวมไปถึงโรด ไกลด์ คัสตอม และทัวร์เรอร์ระดับหรูอย่างอิเลคตร้า ไกลด์ อัลตร้า ลิมิเต็ด ที่จะมารีวิวให้ฟังกันในครั้งต่อไป วันนี้ขอกล่าวถึงพระเอกของเราสองหน่อแรกก่อน

รถในตระกูลไดน่านั้นเป็นฮาร์เล่ย์บิ๊กทวินที่คุณสามารถจับต้องได้ด้วยราคาที่แพงน้อยที่สุด โดยเริ่มต้นที่ 11,999 ดอลล่าร์สำหรับรุ่นซูเปอร์ ไกลด์ เขยิบขึ้นมาหน่อยก็เป็นสตรีท บ๊อบและซูเปอร์ไกลด์ คัสตอม ตามด้วยเจ้าไวด์ ไกลด์ตัวใหม่ที่จะกล่าวถึงวันนี้ที่ราคาเริ่มต้น 14,499 ดอลล่าร์สหรัฐ เอกลักษณ์ของรถตระกูลไดน่าที่ใครเห็นเป็นปิ๊ง นั่นคือโช้คหลังคู่ที่เด่นเป็นสง่าอยู่ด้านนอกและกล่องแบตเตอร์รี่ที่วางไว้ใต้เบาะคนขับ

2010 Dyna Wide Glide
2010 Dyna Wide Glide
2010 Dyna Wide Glide

ชื่อของไวด์ ไกลด์ นั้นก็ได้มาจากลักษณะของตะเกียบหน้าขนาด 49 มม. ที่กว้างกว่ารุ่นอื่นและเอียงทำมุม 34 องศาตามสไตล์ชอปเปอร์ รูปลักษณ์การตกแต่งที่สืบทอดมาช้านานของตระกูลคือการเล่นสีที่ตัดกันระหว่างสีดำและความเงาวับของโครเมี่ยม อย่างแผงคอมันวับตัดกับสีดำขลับของประกับและตุ๊กตาแฮนด์ ช่วงล่างยังคงตกแต่งด้วยสไตล์เดียวกันกับล้อก้านลวด 40 ซี่ขอบดำ โคมไฟหน้าดำสนิทครอบด้วยกรอบเงาเป็นประกาย เครื่องยนต์สีดำด้านถูกเน้นให้แจ่มด้วยครีบระบายความร้อน ครอบฝาสูบ (Rocker plate) และครอบเดอร์บี้แบบโครเมี่ยมมันวับ

2010 Dyna Wide Glide
2010 Cyna Wide Glide

ลักษณะที่โดดเด่นอีกอย่างของรถในตระกูลไดน่านั้นคือกล่องแบตเตอร์รี่สีดำพะด้วยโลโก้โครเมี่ยม “Wild Glide” ที่ยึดเบาะพิงหลัง (ซิซซี่ บาร์) ขนาดย่อมและท่อไอเสียใหม่แบบ “ทอมมี่ กัน” 2-1-2 ติดตั้งมาพร้อมกันร้อนเหนือเฮดเดอร์หลัง ด้านหน้าของถังน้ำมันขนาด 4.7 แกลลอนยกความสูงเพิ่มมา 0.75 นิ้วเพื่อเพิ่มมุมในการขับขี่ที่คล่องตัวกว่าและให้ความรู้สึกอย่างที่ควรจะเป็นเวลาขี่ชอปเปอร์ นั่นคือ เหมือนกับท่านกำลังนั่งอยู่ “ใน” รถ ไม่ใช่บนรถ

ไวด์ ไกลด์ ตัวนี้เดินทางผ่านการปรับโฉมคล้ายๆ กับรุ่นใหม่ตัวอื่นๆ ของฮาร์เล่ย์ นั่นคือความพยายามในการลดความสูงของที่นั่งเพื่อความรู้สึกที่ดีเยี่ยมและความมั่นใจที่เพิ่มขึ้น ระบบกันสะเทือนทั้งหน้าและหลังถูกลดลงมาจนเบาะเหลือความสูงจากพื้นเพียง 25.5 นิ้ว เปรียบเทียบกับรุ่นไดน่า ซูเปอร์ ไกลด์ ที่เบาะนั้นถูกวางไว้ที่ 26.3 นิ้ว

ด้านหลังของไวด์ ไกลด์ นั้นน่าสนใจอยู่สองข้อ อย่างแรกคือมันไม่มีไฟเบรกแบบทั่วไป แต่ใช้โคมเดียวกับเลนส์ไฟเลี้ยวสีแดงเหมือนกับที่ใช้เป็นครั้งแรกในรุ่น ไนท์สเตอร์ การปรับโฉมสุดเก๋ข้อนี้ทำให้บั้นท้ายของไวด์ ไกลด์นั้นเนียนอย่างสุดๆ ที่ฮาก็คือระบบไฟแบบนี้นั้นถือว่าผิดกฎหมายในประเทศแถบยุโรป ด้วยเหตุนี้นักบิดในแถบนั้นจึงต้องทนกับไฟท้ายแบบเก่าอย่างที่เห็นในรูป ส่วนทางอเมริกาเหนือก็ได้ครอบครองไวด์ ไกลด์ ตูดเนียนๆ ไปแบบไม่ต้องกลัวใคร



ขึ้นคร่อมไวด์ ไกลด์

เจ้าไวด์ ไกลด์ ตัวนี้ขึ้นคร่อมได้แบบชิวๆ เนื่องจากเบาะที่ถูกปรับให้ต่ำลง แต่คนที่ช่วงขาสั้นคงต้องยืดกันหน่อยเวลาจะเหยียบพักเท้าหน้า แฮนเดิ้ลขนาด 1.25 นิ้วเดินสายไฟเก็บอย่างดีและต่อไว้กับไรเซอร์ขนาด 4 นิ้ว เวลาขับขี่จึงอยู่ในท่ากำปั้นชูไปข้างหน้าตามสไตล์แดรก ข้อดีคือทำให้กระดูกสันหลังของคนขับนั้นอยู่ในมุมที่สบายที่สุด

การควบคุมรถในระดับความเร็วต่ำนั้นก็ตามลักษณะของรถที่ช่วงหน้าถูกกดให้ต่ำลงแถมด้วยล้อ 21 นิ้ว นั่นคือให้ความรู้สึกไม่ค่อยลื่นไหลนักในความเร็วแบบตอนขับช้าๆ ในลานจอดรถเพราะการตอบสนองของแฮนเดิลดูหลวมๆ ไปหน่อย แต่คลัทช์ที่บีบง่ายและคันเร่งที่ได้ดังใจช่วยให้ประคองรถน้ำหนัก 665 ปอนด์ (น้ำหนักรวมของเหลว) ไว้ได้แบบสบายๆ

2010 Dyna Wide Glide
2010 Dyna Wide Glide

ตระกูลไดน่านั้นแตกต่างจากซอฟเทลล์ตรงที่ซอฟเทลล์นั้นใช้เครื่องยนต์ 96 ลูกบาศก์นิ้ว วีทวิน เคาน์เตอร์บาลานซ์ ส่วนไดน่านั้นมาด้วยเครื่องตัวเดียวกันแต่ลดการสั่นของเครื่องยนต์ด้วยยางรองแท่นเครื่อง เครื่องเดินได้เรียบดีมากในความเร็วแบบท่องเที่ยว แต่ในช่วงรอบเครื่องต่ำนั้นจะสั่นพอประมาณ การตอบสนองของคันเร่งทำได้ดีเยี่ยม ราบรื่นและเที่ยงตรงตามแบบฉบับของฮาร์เล่ย์รุ่นใหม่ๆ

จากการขี่ทดสอบขึ้นลงทางลาดชันที่เดนเวอร์ส ไมล์ไฮ ผมยังไม่ค่อยมีความคิดเห็นเกี่ยวกับเครื่องยนต์ตัวนี้ซักเท่าไหร่ แต่หลังจากการทดสอบบนความสูงเหนือน้ำทะเลร่วม 9000 ฟุต (2.75 กิโลเมตร) ที่เทือกเขาร็อคกี้ ผมก็สรุปได้ว่าเป็นเครื่องยนต์ที่ดีในระดับหนึ่ง แรงทอร์กสูงสุดมาที่ 3000 รอบ ซึ่งให้แรงที่ดีมากในรอบเครื่องระดับกลางๆ แต่หากลองเปรียบเทียบกับเครื่องยนต์ระดับเดียวกันแล้ว TC96 ยังมีอัตราเร่งที่ด้อยกว่าบางตัวอื่นๆ ไวด์ ไกลด์ มาพร้อมกับเกียร์ 6 สปีด ครุยส์ ไดรว์ และเฮลิคอลคัทเพื่อลดเสียงดังขณะเปลี่ยนเกียร์ การเปลี่ยนเกียร์ทำได้ลื่นไหลดีแม้ยังมีเสียงนิดหน่อย

2010 Dyna Wide Glide

ตอนแรกผมไม่ได้คาดหวังว่าการขี่ไวด์ ไกลด์ ตัวนี้จะล้ำเลิศสักเท่าไหร่เนื่องจากช่วงล่างที่ถูกปรับให้สั้นลง แต่ผมก็ต้องประหลาดใจเมื่อความรู้สึกที่ได้นั้นยอดเยี่ยมทีเดียว ไวด์ ไกลด์นั้นให้ความรู้สึกที่เหมาะสมในสภาพการขับขี่หลายๆ แบบ แม้ว่าบางครั้งการพยายามเบิ้ลเครื่องแรงๆ จะทำให้รู้สึกเสียการทรงตัวไปบ้าง ส่วนหนึ่งก็น่าจะมาจากระยะของล้อหน้าและหลังที่ห่างกันถึง 68.3 นิ้ว โช้คอัพด้านซ้ายมีความหน่วงที่พอเหมาะเวลาเทโค้ง เสียแต่ว่าทางด้านขวานั้นจะเทได้ในองศาที่น้อยกว่าเพื่อเป็นการป้องกันระบบระบายไอเสีย

ด้านภายนอกทั่วไป ไวด์ ไกลด์ค่อนข้างเป็นมิตรต่อผู้ใช้ เบาะนั่งถึงจะแข็งแต่ก็รองรับผู้ขับขี่ได้ดี ระบบมาตรวัดต่างๆ ที่จัดวางอยู่บนตัวถังก็อ่านได้ง่าย สัญญาณไฟเลี้ยวที่ปิดเองอัตโนมัติเป็นฟีเจอร์ที่แจ่มมากๆ จนรถรุ่นอื่นควรจะทำตามให้เป็นมาตรฐานไปเลย

เรื่องที่จะขอบ่นสักเล็กน้อยก็คือตัวกรองอากาศที่มาบุกรุกพื้นที่ตรงเข่าขวาเวลาขับแล้วก็กระจกมองหลังที่สั่นได้สั่นดีที่หลายๆ รอบเครื่อง เฮดเดอร์ด้านหลังก็แผ่ความร้อนออกมาจนรู้สึกได้ ส่วนดิสค์เบรกจานเดียวที่ล้อหน้าก็ขอบอกแค่ว่า “พอได้” เท่านั้นเอง

 
 
2010 Dyna Wide Glide
2010 Dyna Wide Glide


บางคนอาจจะอ่านข้อความด้านบนแล้วรู้สึกว่าเหมือนผมลูบหลังแล้วตบหัว (ฮ่าๆ) แต่ที่บ่นๆ ไปนั้นผมว่าเป็นเรื่องที่เล็กน้อยมากๆ และแทบจะไม่สะกิดใจเหล่าสาวกของฮาร์เล่ย์เลยแม้แต่น้อย สำหรับหลายๆ คนแล้ว แค่ลวดลายของไวด์ ไกลด์ ที่สะบัดพลิ้วอย่างร้อนแรงบนตัวถังก็คงพอจะทำให้เข้ามาเป็นหนึ่งในสาวกได้ไม่ยาก แม้ว่าไวด์ ไกลด์ จะไม่ได้พาคุณตะบึงลงเขามาเร็วที่สุด แต่ก็มั่นใจได้ว่าความภาคภูมิใจในการได้ครอบครองเจ้าไวด์ ไกลด์นี้จะไม่น้อยหน้าไปกว่ารถคันไหนๆ อย่างแน่นอน

ด้วยปรัชญาเดียวกับทุกสิ่งในโลกที่ว่า ยิ่งแพงก็ยิ่งเท่ห์ ไวด์ ไกลด์ก็ไม่พ้นกฎข้อนี้ ราคาพื้นฐาน 14,499 ดอลล่าร์สำหรับไวด์ ไกลด์ตัวหล่อแต่ยังไม่สุดในเวอร์ชั่น Vivid Black อยากหล่อกว่าเดิมก็ต้องหยอดเพิ่มอีก 375 ดอลล่าร์เพื่อปรับปรุงโฉมเพิ่มความจี๊ดเป็น Red Hot Sunglo  ส่วนถ้าจะใส่ให้เต็มแบบรับรองใครๆ ก็ต้องหันมามองก็ควัก 15,194 ดอลล่าร์สำหรับรุ่น Vivid Black ลงกราฟฟิคลายไฟให้ร้อนแรงจนทำให้ตาคนที่มองลุกพรึ่บๆ


แฟท บอย โล เจ้าอ้วนเวอร์ชั่น 2010 กับเวลาขี่ที่มีเพียงน้อยนิด

แฟท บอย เปิดตัวครั้งแรกเมื่อปี 1990 แต่ด้วยเวลาไม่นานนัก รูปแบบอันเป็นเอกลักษณ์ของมันก็ได้รับการจดจำเป็นอย่างดี นึกออกไหมครับ กับหนังหุ่นยนต์กล้ามโตจากอนาคตที่หน้าตาคล้ายๆ ผู้ว่าการรัฐแคลิฟอร์เนีย? นั่นแหละๆ รถคู่ใจเขาในเรื่องล่ะ (นึกไม่ออกจะบอกให้ ก็เรื่อง Terminator 2 ไงครับ) เครื่องหมายการค้าเด่นๆ ของเจ้าอ้วนก็อยู่ที่ตะเกียบหน้าอวบอั๋น, ล้อแม็คตัน (disc wheels) และถังน้ำมันขนาด 5 แกลลอนแบบแฟท บ๊อบ ฮาร์เล่ย์เรียกการแต่งหล่อครั้งใหม่ของแฟท บอยครั้งนี้ไว้ว่า “การตีความรถมอเตอร์ไซค์ที่ดำมืดและในระดับต่ำกว่าเดิม แต่ยังสามารถให้คำจำกัดความในเซกเม้นท์ของรถรุ่นใหญ่เหล่านี้ได้”

2010 Dyna Wide Glide
2010 Dyna Wide Glide
2010 Dyna Wide Glide
2010 Dyna Wide Glide

ฝีมือการประกอบจากโรงงานที่มิลวอล์คกี้นั้นอยู่เหนือคำตำหนิใดๆ ทั้งปวง หลักฐานนั้นแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนบนตัวแฟท บอย โล ตัวเครื่องยนต์ที่ขัดด้านแบบ satin finished ฝาครอบไพรมารี่นั้นถูกเน้นให้เด่นขึ้นมาด้วยสีพื้นของตัวถังที่เป็นสีดำมันและ “Denim Black” ที่โดดเด่นเตะลูกตาคนที่สุดดูจะเป็นท่อไอเสียแบบ shotgun ที่ส่องประกายวาบวาบตัดกับเฮดเดอร์สีดำเรียบๆ

เจ้าอ้วนยังไม่พอแค่นี้ ความเท่ห์ของมันยังมาจากล้อขึ้นรูปอลูมิเนียมเต็มไปด้วยรูที่เรียกว่า “Bullet Hole” สีดำเข้มและถูกทำให้เด่นขึ้นด้วยขอบสีเงิน อ้วนแล้วก็ต้องอ้วนให้สุดด้วยยางหน้าที่กว้าง 140 มิลลิเมตรและยางหลังกว้างที่ 200 มิลลิเมตร งานระดับอาร์ต อาร์ต ยังมีให้เห็นอีกบนครอบตัวถังที่เป็นหนังติดตราฮาร์เล่ย์ เดวิดสันและระบบมาตรวัดโครเมี่ยมแบบด้าน


การแปลงร่างของแฟท บอย โลในครั้งนี้ประกอบด้วยการลดความสูงโช้คอัพด้านหลังลง 1.15 นิ้วและเบาะที่แคบลง ผลที่ออกมาคือรถมอเตอร์ไซค์ฮาร์เล่ย์ที่มีตำแหน่งเบาะต่ำที่สุด อยู่ที่ 24.25 นิ้วเท่านั้น ท้ายสุดของการแต่งหล่อคือแฮนเดิ้ลบาร์ในรูปแบบใหม่

ผลที่ออกมาคือรถมอเตอร์ไซค์ที่มีน้ำหนัก 731 ปอนด์ (รวมของเหลว) แต่ให้ความรู้สึกที่คล่องตัวมากๆ ที่วางเท้าแบบ “จันทร์ครึ่งเสี้ยว” (Half Moon) อยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสมและให้ความรู้สึกสบายเป็นอย่างมาก ข้อเสียเล็กน้อยก็คือมักจะครูดกับพื้นเมื่อเวลาขี่บนถนนที่มีโค้งเยอะ

เครื่องยนต์แบบ TC96B หมายความว่ามีบาลานเซอร์มาพร้อมเพื่อลดความสั่นของเครื่องยนต์ ทำให้ตัวเครื่องวางไว้ในแชสซีอย่างมั่นคงและในขณะเดียวกันก็เป็นการเพิ่มความแข็งแรงแชสซีไปในตัวเมื่อเปรียบเทียบกับรถรุ่นอื่นของฮาร์เล่ย์ที่ใช้ระบบยางรองแท่นเครื่องยนต์ ส่งผลให้เป็นรถที่ควบคุมได้ง่าย แต่ด้วยการลดระยะห่างจากพื้นให้น้อยลงทำให้ใช้สมรรถภาพได้ไม่เต็มที่เท่าที่ควร

เวลาของผมกับเจ้าอ้วนตัวเสริมหล่อปี 2010 นี้มีน้อยเหลือเกินที่จะตัดสินหรือประเมินอะไรไปมากกว่านี้ แต่ในแง่ของรูปลักษณ์แล้ว ผมถือว่านี่เป็นหนึ่งในงานที่เนี้ยบที่สุดของฮาร์เล่ย์ ใครอยากจับจองแฟท บอย โล นี้ก็มีให้เลือกกันสองเวอร์ชั่น แบบแรกคือ “Vivid Black” ดำเรียบแต่มีสไตล์ที่ 16,299 ดอลล่าร์สหรัฐ และดำด้านในสไตล์ “Black Denim” มีราคากลางอยู่ที่ 16,674 ดอลล่าร์สหรัฐ


 

 

 

แปลจากบทความของ www.motorcycle.com
ที่มา: http://www.motorcycle.com/manufacturer/harley-davidson/2010-harleydavidson-dyna-wide-glide-review-88612.html